หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 3«123»

พบสารพรีไบโอติก ในผักผลไม้ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

ข่าวมะเร็ง, เทคโนโลยีกับมะเร็ง No Comments »

นักวิจัยไทยค้นพบสารพรีไบโอติก ซึ่งอยู่ในผักและผลไม้ สารชนิดนี้มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ ขณะนี้นักวิจัยเตรียมนำสารพรีไบโอติกไปสกัดในรูปแบบอาหารเสริมและอาหารสุขภาพ

รศ.ไพบูลย์ ธรรมรัตน์วาสิก คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า จากการวิจัยพืชเมืองร้อน 15 ชนิด คือ กล้วยน้ำว้า (แก่และสุก) กระเจี๊ยบเขียว ขนุน ข้าวสาร เงาะ ลูกตาล จำปาดะ ทุเรียน มันขี้หนู มะขามเปียก เมล็ดมะขาม มะพร้าวอ่อน มะม่วงแก่ และหัวข้าวเย็น พบสารที่ชื่อว่า “พรีไบโอติก” อยู่ในพืชเหล่านี้ ซึ่งเป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกย่อยหรือถูกดูดซึมในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่เป็นสารที่ช่วยส่งเสริมเชื้อแบคทีเรียโปรไบโอติก ที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยย่อยและดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย และช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิด LDL ทั้งยังช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก ซึ่งสร้างสารป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้

พรีไบโอติก สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่พบในธรรมชาติ เช่น ในผักและผลไม้ ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ว หอมหัวใหญ่ กลุ่มธัญพืช และประเภทที่ได้จากการสังเคราะห์ โดยเฉพาะในเมล็ดขนุน จะพบสารชนิดนี้มากที่สุด รศ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการวิจัย เพื่อสกัดสารพรีโบโอติกในรูปแบบอาหารเสริมและสุขภาพ เพราะการรับประทานผักและผลไม้ เพื่อให้ได้สารชนิดนี้ในปริมาณที่เพียงพอ จะต้องบริโภคในปริมาณมาก

ที่มา - สำนักข่าวไทย

Tags: , , , , , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พบควันธูปมีสารก่อมะเร็ง เท่ากับบุหรี่ 1 มวนทีเดียว

ข่าวมะเร็ง No Comments »

พบควันธูปตัวก่อสารเกิดมะเร็ง!! นักวิจัยค้นพบธูปที่จุด 1 ดอก มีสารก่อมะเร็งไม่ต่างจากบุหรี่ 1 มวน

หากจุดแค่ 3 ดอก ในบ้านก่อมลพิษเท่าสี่แยกไฟแดงที่มีการจราจรคับคั่ง ไม่เว้นแม้แต่ธูปแบบไร้ควันและอโรมา เผยศาลเจ้าย่านเยาวราชเป็นแหล่งศูนย์รวมสารก่อมะเร็งที่ต้องเฝ้าระวัง

ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ศูนย์สื่อสาร วิทยาศาสตร์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีการนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “สารก่อมะเร็ง : ภัยเงียบที่มา กับควันธูป” โดย นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าไอซียู โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เปิดเผยว่า ตนและ ดร.พนิดา นวสัมฤทธิ์ นักวิจัยห้องปฏิบัติการพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ทำการวิจัยเรื่องการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของคนทำงานในวัด จากการสูดดมควันธูปซึ่งมีสารก่อมะเร็ง เนื่องจากพบว่า ปัจจุบันโรคมะเร็งปอดเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการตายอันดับต้น ๆ ของ โรคมะเร็ง โดยร้อยละ 80-90 มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่หรือได้รับมลพิษ แต่สถิติการรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอดในเพศหญิงกลับพบว่าร้อยละ 50 ไม่ได้สูบบุหรี่ หรือใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี่ และไม่มีประวัติสัมผัสสารก่อมะเร็ง จึงน่าจะมีปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น ควันธูปที่รู้กันอยู่แล้วว่ามีสารก่อมะเร็ง แต่ไม่ทราบว่ามีมากในระดับใด

อ่านต่อ »

Tags: , , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นแม่เหล็กจิ๋วด้วยอนุภาคนาโน

ข่าวมะเร็ง, เทคโนโลยีกับมะเร็ง No Comments »

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้ง ก่อให้เกิดผลงานวิจัยใหม่ๆขึ้นมากมาย และเมื่อเร็วๆนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก สร้างสรรค์ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง พวกเขาคิดค้นวิธีการเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นแม่เหล็กจิ๋วได้โดยอาศัยอนุภาคนาโน

ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย แพทย์จะต้องนำไขกระดูกออกมาตรวจวินิจฉัยอยู่บ่อยครั้งเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของโรค ซึ่งผลของการตรวจไขกระดูกก็อาจจะไม่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ตรวจไม่พบเซลล์มะเร็ง หรือผลเป็นลบ ก็อาจจะสรุปไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วผลที่เป็นลบดังกล่าวนี้เชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ผลอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เนื่องจากในตัวอย่างอาจจะมีเซลล์มะเร็งจำนวนน้อยเกินกว่าที่จะตรวจพบได้ หรือไม่ก็เซลล์มะเร็งนั้นอาจจะเกิดการสูญหายไปทั้งหมด ทำให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก และ บริษัท Senior Scientific รวมทั้งบริษัทที่อยู่ในเมืองแอลบูเคอร์คี (Albuquerque) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐนิวเม็กซิโก มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวโดยการใช้อำนาจดึงดูดของแม่เหล็ก

แนวความคิดที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นแม่เหล็กจิ๋วโดยใช้อนุภาคนาโนและใช้แม่เหล็กดูดมันออกมา โดยเริ่มจากนำอนุภาคนาโนของเหล็กออกไซด์ ซึ่งมีสมบัติเป็นแม่เหล็ก เคลือบด้วยแอนตี้บอดี้ที่เฉพาะเจาะจงกับสารเคมีที่พบเฉพาะในเซลล์มะเร็งเท่านั้น เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกาย อนุภาคนับแสนจะรวมตัวกันอยู่รอบๆเซลล์มะเร็ง และเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นแม่เหล็กจิ๋ว พวกเขาคิดว่าจะใช้เข็มที่มีแม่เหล็กอยู่ที่ปลาย ดูดเซลล์มะเร็งออกมาได้

แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันทำงานได้จริงหรือไม่? หลักการนี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด? พวกเขาเริ่มการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยใช้ตัวอย่างเซลล์ที่เป็นลูคีเมียที่มีอนุภาคนาโนติดอยู่ ซึ่งแขวนลอยอยู่ในเลือด หรือ สารที่สังเคราะห์ขึ้นโดยเลียนแบบของเหลวในร่างกาย จากนั้นเซลล์ลูคีเมียจะถูกแม่เหล็กดูดออกมาได้ภายใน 2-3 นาที พวกเขาใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อยืนยันจำนวนของเซลล์มะเร็ง

เทคนิคนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคลูคีเมียหรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่จำเป็นต้องดูดไขกระดูกออกมาตรวจเป็นประจำเพื่อตรวจหาสัญญาณที่บ่งบอกว่ายังมีเซลล์ของโรคหลงเหลืออยู่หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่อายุยังน้อย จำเป็นต้องดูดไขกระดูกหลายๆครั้งเพื่อให้มีปริมาณตัวอย่างที่เพียงพอต่อการตรวจ

งานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Physics in Medicine and Biology ปีที่ 52 ฉบับที่ 14 หน้าที่ 4009-4025 21 กรกฎาคม 2550 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พวกเขากำลังเริ่มทดสอบทางคลินิกกับอาสาสมัคร และกำลังต้องการหุ้นส่วนเพื่อผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวในทางการค้าอีกด้วย พวกเขาคาดว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้ได้จริงอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่จะใช้อุปกรณ์นี้ตรวจหาเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และ มะเร็งรังไข่ที่ลามไปยังส่วนต่างๆของร่างกายซึ่งมีปริมาณน้อยมาก น้อยเกินกว่าที่จะตรวจพบด้วยเข็มตรวจมะเร็งทั่วไปได้

 

ภาพแสดง ส่วนปลายเข็มแม่เหล็ก ภาพที่อยู่ด้านซ้ายจะประกอบด้วยแท่งแม่เหล็กทรงกระบอกมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 มม.ยาว 2 มม. 2 ท่อน คั่นด้วยโลหะที่ไม่เป็นแม่เหล็ก 2 มม. และมี แท่งเหล็กกล้าไร้สนิมที่ไม่มีสมบัติเป็นแม่เหล็กยาว 17 ซม. ต่อกับแท่งแม่เหล็กอันล่างและหุ้มทั้งหมดด้วยท่อที่เป็นโพลิอิมีด ส่วนภาพที่อยู่ด้านขวาเป็นปลอกหรือท่อโพลิอีมีดยาว 5 ซม.ที่ใช้สำหรับสวมที่ปลายเข็ม (credit : UNM)

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

Tags: , , , , , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง