หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 212»

พบกลไกของเซลล์แบบใหม่ที่เชื่อมโยงไปสู่มะเร็ง

ข่าวมะเร็ง, เทคโนโลยีกับมะเร็ง No Comments »

ในวัฏจักรเซลล์ การตอบสนองดีเอ็นเอเสียหาย บ่งบอกถึงว่าเซลล์จะหยุดการทำงานแล้วซ่อมแซมตัวเอง, เซลล์จะตายไป หรือเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ ซึ่งอันสุดท้ายจะนำไปสู่มะเร็ง ในงานวิจัยครั้งนี้ที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Cell นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้ค้นพบกลไกที่เซลล์ตอบสนองต่อการเสียหายของดีเอ็นเอ ผ่านกระบวนการที่มีเป้าหมายกำจัดโปรตีน ซึ่งนี้เป็นการพบการตอบสนองแบบใหม่ในการพัฒนาของเซลล์มะเร็งและทำให้พบหนทางที่จะรักษามะเร็งด้วย

ความรู้ปัจจุบันรู้ว่ามีโปรตีน 3 ชนิดที่มีบทบาทหลักในกลไกในกลไกตอบสนองดังกล่าวที่ไม่ทำงานตามการควบคุมของเซลล์ปกติซึ่งเกิดขึ้นในเซลล์มะเร็ง ซึ่งการหลุดออกจากการควบคุมดังกล่าวอาจชักนำให้เกิดการพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้

การที่ดีเอ็นเอเสียหายอาจเกิดจากสารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อม การจำลองดีเอ็นเอผิดพลาด หรือ การที่ระบบภายในเซลล์ทำงานผิดพลาดอันเนื่องมาจาก ความแก่ชรา หรือปัจจัยอื่น หากเซลล์ตรวจพบการเสียหายของดีเอ็นเอ ในระหว่างการแบ่งเซลล์ ก็จะเกิดการกระตุ้นที่เรียกว่า G2 checkpoint ซึ่งเปรียนเสมือนปุ่มพัก ที่ทำให้เซลล์มีเวลาที่จะแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเริ่มแบ่งเซลล์ ซึ่งในระหว่างนี้จะเกิดการพักการทำงานกลุ่มของโปรตีนและกลไกของเซลล์เอาไว้ โดยบางตัวจะหยุดทำงานและมีบางตัวที่จะทำงานแทนเพื่อรักษาจุดการตรวจสอบนี้

ในกลไกใหม่ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งนี้ พบหนทางในการทำให้เซลล์มีความอ่อนไหวต่อเคมีบำบัด เซลล์มะเร็งมีจุดตรวจความถูกต้องน้อยมากในการแบ่งเซลล์ เพราะมะเร็งมากกว่า 60 ชนิดจะมีปัญหาในการควบคุมกลไก เช่นมี การกลายพันธุ์ใน p53 ซึ่งเป็นยีนกดการเป็นเนื้องอก และตัวควบคุม G2 checkpoint ที่เปิดไปทำงานในกลไกอื่นแทน

การยับยั้งกลไกใหม่ดังกล่าวด้วยยาทำให้เซลล์มะเร็งมีความอ่อนแอที่ดีเอ็นเอจะเสียหาย ทำให้เซลล์มะเร็งเหล่านั้นตายได้ มากกว่าที่จะหยุดระบบเพื่อแก้ไขให้ดีเอ็นเอถูกต้อง เซลล์ปกติที่มีความต่างจากเซลล์มะเร็งต้องที่มีระบบ G2 checkpoint ที่ทำงานเต็มความสามารถและมีการแบ่งตัวต่ำ ทำให้ไม่มีผลต่อยาที่ทำให้เซลล์ตายได้

โปรตีนที่มีบทบาทในกลไกดังกล่าวคือคือกลุ่มโปรคีนที่ชื่อว่า APC/C ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานในการควบคุมเซลล์หลาย ๆ อย่างผ่านทางระบบการกำจัดโปรตีน ในการตอบสนองต่อการเสียหายของดีเอ็นเอ โปรตีนที่มีชื่อว่า Cdc14B ซึ่งเป็นเอนไซม์จะตัดเอาหมู่ฟอสเฟตออกจากโปรตีนอื่นมาให้ APC/C ทำให้ระบบการกำจัดโปรตีนเริ่มขึ้น เมื่อ APC/C ทำงานแล้ว โปรตีน APC/C จะติดป้ายเป้าหมายที่จะถูกกำจัด คือโปรตีน Plk1 ถ้า Plk1 ยังทำงานอยู่ เซลล์ก็จะแบ่งตัวต่อไป ซึ่งไม่เหมือนกลไก G2 checkpoint

นักวิจัยเชื่อว่านี้เป็นกลไกโบราณ เพราะมีวิวัฒนาการที่ถูกเก็บรักษาที่เหมือนกันในยีสต์จนถึงมนุษย์

จากการศึกษา การทำงานนอกการควบคุมของส่วนประกอบในกลไกทั้ง 3 แบบในเซลล์มะเร็ง คือ Cdc14B, APC/C, และ Plk1 มีความสัมพันธ์กับอัตราการรอดของผู้ป่วยมะเร็งที่ต่ำ นักวิจัยต้องการที่จะศึกษาเพื่อบ่งชี้ว่าโปรตีนทำให้เซลล์เปลี่ยนเป็นมะเร็งอย่างไร และผลบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงระดับการแสดงออกของโปรตีนในเซลล์ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นปริศนาอยู่ และเชื่อกันว่าอาจจะเกิดการกลายพันธุ์ที่โปรตีนดังกล่าวก็ได้

ที่มา : http://www.foosci.com/node/302

Tags: , , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นแม่เหล็กจิ๋วด้วยอนุภาคนาโน

ข่าวมะเร็ง, เทคโนโลยีกับมะเร็ง No Comments »

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้ง ก่อให้เกิดผลงานวิจัยใหม่ๆขึ้นมากมาย และเมื่อเร็วๆนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก สร้างสรรค์ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง พวกเขาคิดค้นวิธีการเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นแม่เหล็กจิ๋วได้โดยอาศัยอนุภาคนาโน

ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย แพทย์จะต้องนำไขกระดูกออกมาตรวจวินิจฉัยอยู่บ่อยครั้งเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของโรค ซึ่งผลของการตรวจไขกระดูกก็อาจจะไม่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ตรวจไม่พบเซลล์มะเร็ง หรือผลเป็นลบ ก็อาจจะสรุปไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วผลที่เป็นลบดังกล่าวนี้เชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ผลอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เนื่องจากในตัวอย่างอาจจะมีเซลล์มะเร็งจำนวนน้อยเกินกว่าที่จะตรวจพบได้ หรือไม่ก็เซลล์มะเร็งนั้นอาจจะเกิดการสูญหายไปทั้งหมด ทำให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก และ บริษัท Senior Scientific รวมทั้งบริษัทที่อยู่ในเมืองแอลบูเคอร์คี (Albuquerque) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐนิวเม็กซิโก มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวโดยการใช้อำนาจดึงดูดของแม่เหล็ก

แนวความคิดที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นแม่เหล็กจิ๋วโดยใช้อนุภาคนาโนและใช้แม่เหล็กดูดมันออกมา โดยเริ่มจากนำอนุภาคนาโนของเหล็กออกไซด์ ซึ่งมีสมบัติเป็นแม่เหล็ก เคลือบด้วยแอนตี้บอดี้ที่เฉพาะเจาะจงกับสารเคมีที่พบเฉพาะในเซลล์มะเร็งเท่านั้น เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกาย อนุภาคนับแสนจะรวมตัวกันอยู่รอบๆเซลล์มะเร็ง และเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นแม่เหล็กจิ๋ว พวกเขาคิดว่าจะใช้เข็มที่มีแม่เหล็กอยู่ที่ปลาย ดูดเซลล์มะเร็งออกมาได้

แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันทำงานได้จริงหรือไม่? หลักการนี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด? พวกเขาเริ่มการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยใช้ตัวอย่างเซลล์ที่เป็นลูคีเมียที่มีอนุภาคนาโนติดอยู่ ซึ่งแขวนลอยอยู่ในเลือด หรือ สารที่สังเคราะห์ขึ้นโดยเลียนแบบของเหลวในร่างกาย จากนั้นเซลล์ลูคีเมียจะถูกแม่เหล็กดูดออกมาได้ภายใน 2-3 นาที พวกเขาใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อยืนยันจำนวนของเซลล์มะเร็ง

เทคนิคนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคลูคีเมียหรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่จำเป็นต้องดูดไขกระดูกออกมาตรวจเป็นประจำเพื่อตรวจหาสัญญาณที่บ่งบอกว่ายังมีเซลล์ของโรคหลงเหลืออยู่หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่อายุยังน้อย จำเป็นต้องดูดไขกระดูกหลายๆครั้งเพื่อให้มีปริมาณตัวอย่างที่เพียงพอต่อการตรวจ

งานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Physics in Medicine and Biology ปีที่ 52 ฉบับที่ 14 หน้าที่ 4009-4025 21 กรกฎาคม 2550 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พวกเขากำลังเริ่มทดสอบทางคลินิกกับอาสาสมัคร และกำลังต้องการหุ้นส่วนเพื่อผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวในทางการค้าอีกด้วย พวกเขาคาดว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้ได้จริงอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่จะใช้อุปกรณ์นี้ตรวจหาเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และ มะเร็งรังไข่ที่ลามไปยังส่วนต่างๆของร่างกายซึ่งมีปริมาณน้อยมาก น้อยเกินกว่าที่จะตรวจพบด้วยเข็มตรวจมะเร็งทั่วไปได้

 

ภาพแสดง ส่วนปลายเข็มแม่เหล็ก ภาพที่อยู่ด้านซ้ายจะประกอบด้วยแท่งแม่เหล็กทรงกระบอกมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 มม.ยาว 2 มม. 2 ท่อน คั่นด้วยโลหะที่ไม่เป็นแม่เหล็ก 2 มม. และมี แท่งเหล็กกล้าไร้สนิมที่ไม่มีสมบัติเป็นแม่เหล็กยาว 17 ซม. ต่อกับแท่งแม่เหล็กอันล่างและหุ้มทั้งหมดด้วยท่อที่เป็นโพลิอิมีด ส่วนภาพที่อยู่ด้านขวาเป็นปลอกหรือท่อโพลิอีมีดยาว 5 ซม.ที่ใช้สำหรับสวมที่ปลายเข็ม (credit : UNM)

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

Tags: , , , , , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นาโนเทคโนโลยีกับการรักษาโรคมะเร็ง

ข่าวมะเร็ง, เทคโนโลยีกับมะเร็ง No Comments »

“มะเร็ง” โรคร้ายที่คุกคามผู้ป่วยทั่วโลกและส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นสิ่งกระตุ้นให้นักวิจัยและบริษัทยาเกิดการตื่นตัวในการคิดค้นหาทางวินิจฉัยและรักษาเป็นเวลาหลายปี การทำเคมีบำบัด (Chemotherapy) การผ่าตัด (Surgery) การฉายรังสี (Radiotherapy) และการรับประทานยา …หลากหลายวิธีเหล่านี้ล้วนนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง แต่ละวิธีมีข้อดีเสียแตกต่างกัน การจะเลือกวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย

นอกจากวิธีที่กล่าวมาข้างต้น ผู้อ่านหลายท่านคงทราบว่า ปัจจุบันแนวความคิดที่ทำให้ทั่วโลกตื่นตัว คือ การนำเทคโนโลยีซุปเปอร์จิ๋วหรือ นาโนเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ เช่น การผลิตเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมที่มีขนาดเล็กมากสามารถแทรกซึมผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม้เทนนิสที่ผลิตจากวัสดุนาโนทำให้มีความทนทาน แข็งแรง และมีน้ำหนักเบา รวมทั้งเสื้อผ้าที่ผลิตจากเทคโนโลยีนาโน ซึ่งมีความหนาแน่นจนน้ำผลไม้หรือกาแฟไม่สามารถซึมผ่านลงไปได้ ทำให้เสื้อผ้าไม่เปื้อน แถมเบาสบายและมีความคงทน เป็นต้น แต่ผลการประยุกต์ใช้ที่น่าจะมีความสำคัญต่อมนุษย์มากที่สุดอันหนึ่งก็คือ การนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้กับโรคมะเร็ง ซึ่งจะช่วยให้การแพทย์ก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง

อ่านต่อ »

Tags: , , , , , , , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง